แหวนเว้นระยะสำหรับล้อแบบ 8x170
แผ่นเว้นระยะล้อขนาด 8x170 เป็นชิ้นส่วนยานยนต์ที่ออกแบบและผลิตด้วยความแม่นยำสูง โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับยานพาหนะที่ใช้รูปแบบการยึดล้อแบบ 8x170 ซึ่งโดยทั่วไปพบได้ในรถบรรทุก Ford Super Duty ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา แผ่นเว้นระยะเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นชิ้นส่วนเชื่อมระหว่างฮับของยานพาหนะกับล้อ โดยดันล้อให้เคลื่อนออกห่างจากแนวแกนกลางของตัวรถ ฟังก์ชันหลักของแผ่นเว้นระยะล้อขนาด 8x170 คือการเพิ่มความกว้างของช่วงล้อ (track width) ซึ่งจะสร้างระยะว่างเพิ่มเติมระหว่างชุดล้อกับชิ้นส่วนระบบช่วงล่าง คาลิเปอร์เบรก และตัวถังรถ การเพิ่มระยะห่างนี้ช่วยให้เจ้าของรถสามารถติดตั้งยางที่กว้างขึ้น รองรับชุดเบรกขนาดใหญ่ขึ้น หรือปรับตำแหน่งล้อให้ดูแข็งแกร่งและโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนล้อใหม่ที่มีราคาแพง ด้านเทคโนโลยี แผ่นเว้นระยะล้อขนาด 8x170 คุณภาพสูงมักผลิตจากโลหะผสมอลูมิเนียมเกรดอวกาศ หรือเหล็กกล้าที่ผ่านกระบวนการตีขึ้นรูป (forged steel) ซึ่งเลือกใช้เพราะมีอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยมและทนต่อการกัดกร่อนได้ดี กระบวนการผลิตมักใช้เครื่องจักร CNC เพื่อให้ได้ค่าความคลาดเคลื่อนที่แม่นยำสูง โดยออกแบบให้เป็นแบบ hub-centric เพื่อรักษามุมการจัดแนวล้อให้ถูกต้องและลดการสั่นสะเทือนขณะใช้งาน แผ่นเว้นระยะเหล่านี้มีรูเกลียวที่เจาะและตีเกลียวไว้ล่วงหน้าตามรูปแบบการยึดล้อของโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อให้แน่นหนาในการยึดติดและกระจายแรงโหลดได้อย่างเหมาะสม การประยุกต์ใช้แผ่นเว้นระยะล้อขนาด 8x170 มีหลากหลายทั้งในเชิงการใช้งานจริงและการเสริมบุคลิกภาพ ผู้ชื่นชอบการขับขี่นอกถนนใช้ชิ้นส่วนเหล่านี้เพื่อรองรับยางขนาดใหญ่และมีลวดลายดุดันมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะบนพื้นผิวที่ท้าทาย ส่วนเจ้าของรถบรรทุกที่ต้องลากจูงภาระหนักจะได้รับประโยชน์จากความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นจากการขยายระยะช่วงล้อ นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการยกระดับรูปลักษณ์ของรถก็พบว่าแผ่นเว้นระยะล้อขนาด 8x170 ช่วยเสริมความน่าเกรงขามบนท้องถนน โดยทำให้ล้อเติมเต็มบริเวณภายในขอบล้อ (wheel wells) อย่างลงตัว และให้การติดตั้งที่เรียบสนิทกับเส้นขอบกันชน (fender line) แผ่นเว้นระยะเหล่านี้มีจำหน่ายในความหนาหลายระดับ โดยทั่วไปอยู่ระหว่างหนึ่งนิ้วถึงสามนิ้ว ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกปรับระยะ offset ได้ตรงตามความต้องการเฉพาะของตน พร้อมรักษาระยะว่างที่ปลอดภัยและรูปทรงเรขาคณิตของระบบช่วงล้อให้ถูกต้อง